ชีวิตที่พลิกผันของนักแสดงหนุ่ม “จีชางอุค”
ชีวิตที่พลิกผันของนักแสดงหนุ่ม “จีชางอุค”
นาฬิกาเวลาของ “จีชางอุค”
ที่ไม่เคยหยุดเดิน ผู้ชายที่มุ่งมั่นเดินทางไปข้างหน้าจนถึงตอนนี้
และยังคงเดินต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด
สำหรับนักแสดงหนุ่มคนนี้แล้ว
ผลงานต่างๆที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นซีรีย์ “Smile Dong Hae” ผลงานละครเรื่องแรกที่เข้าวงการ
จนกระทั่งมาถึงซีรีย์สร้างชื่อเสียงให้ดังเปรี้ยงปร้างก็คือ “Empress Ki” รับบทเป็นจักรพรรดิ์ผู้อ่อนแอ,
จากนั้นก็มาเป็นฮีโร่เด็กส่งของที่แข็งแกร่งและคล่องแคล่วในซีรีย์ Healer ,
และต้องมาแสดงบทบู๊เสี่ยงตายในบทของทหารรับจ้างและจับพลัดจับผลูมาเป็นบอดี้การด์หนุ่มมาดเข็มที่แฟนละครทั่วเอเซียต่างชื่นชมยกย่องและยอมรับในฝีมือการแสดงของเขา
ซึ่งกว่าจะถึงวันนี้ วันที่ได้รับการยอมรับความมีฝีมือ ในฐานะ “นักแสดง” นั้น
ไม่ได้มาโดยง่าย กว่าจะฝ่าฟันมาถึงวันนี้ อุปสรรคขวากหนามช่างมากมายเหลือเกิน และที่ก้าวมาถึงจุดนี้ได้
ส่วนหนึ่งเขาได้กำลังใจที่ดีจากคุณแม่สุดที่รัก และ เพื่อนสนิทของเขา โลกของ
“จีชางอุค” จึงได้เติมเต็มและสุขสบาย เพราะความรักและการสนับสนุนจากแฟนๆ
มาจนถึงทุกวันนี้และตลอดไป
"ก่อนที่ผมจะมาเป็นนักแสดง
ผมก็เป็นแค่คนคนหนึ่ง ในอดีตผมเคยกังวลเกี่ยวกับเรื่องการแสดงมากๆ
แต่สิ่งที่ผมกังวลที่สุดในตอนนี้ คือจะทำอย่างไรให้ชีวิตมีความสุข
สำหรับคำตอบนั่นเหรอ “ผมไม่แน่ใจครับ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้เพียงว่า ตอนนี้
ความสุข และ ความทุกข์ของผม มันขึ้นอยู่กับมุมมองที่ผมคิด พูดง่ายๆก็คือ
มันถูกกำหนดโดยความคิดของผมครับ”
วันนี้เป็นวันแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตที่คุณเป็นนักแสดงนำในเรื่อง “Fabricated City” คุณคงตื่นเต้นมากเลยเนอะ
“ใช่ครับ ผมตื่นเต้นมาก
เมื่อคืนผมก็นอนไม่หลับ เหนือสิ่งอื่นใด
ผมอยากรู้ว่าภาพยนตร์จะออกมาเป็นยังไงบ้างนะ มันเป็นหนังที่หยิบเอาการ์ตูนมาใช้ประกอบค่อนข้างเยอะ
และมีฉากที่เราไม่ค่อยเจอในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆซักเท่าไหร่ ดังนั้น
ในการแสดงผมจึงต้องจินตนาการและผมก็อยากรู้ว่า
ฉากเหล่านี้จะมีเสียงตอบรับออกมาเป็นอย่างไรบ้าง นี่ยังพอมีเวลาก่อนที่จะฉาย ฉากCG ก็ยังไม่สมบูรณ์ซักเท่าไหร่
ผมยังไม่เห็นเวอร์ชั่นสุดท้ายก่อนจะออกฉาย และผมก็ยิ่งแปลกใจ เพราะว่าผู้กำกับ
“พัคควางฮยอน” เป็นคนเก่งมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงตัดสินใจเล่นหนังเรื่อง Fabricated
City เพียงแค่อ่านบท
ผมเองก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าผมควรรับเล่นหรือไม่ เพราะมันเป็นหนังแอ็คชั่นฟอรม์หยักเรื่องแรกที่รับเป็นตัวเอกของเรื่อง
แต่ผมชืนชอบผลงานและฝีมือของผู้กำกับ “พัคควางฮยอน”
ผมจึงเชื่อว่าเขาสามารถทำให้หนังเรื่องแรกของผมออกมาได้ตื่นเต้นและสนุกอย่างแน่นอน
ในฐานะนักแสดงจอเงิน คุณคิดว่าผลลัพท์แบบไหนที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ
“แค่สามารถทำให้ภาพยนตร์เรื่องแรกของผมออกมาโดยสมบูรณ์
ระหว่างการถ่ายทำนักแสดงและทีมงานทุกคนปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ผมถือว่าเป็นการเป็นประสบความสำเร็จนะครับ แต่ก็แน่นอนละครับ
หากภาพยนตร์ได้รับความนิยมติด Box office นั่นคือสิ่งที่ผมหวังอยากให้เป็นอย่างนั้นนะครับ หากคนดูทุกๆคนเลือกดูและประทับใจภาพยนตร์เรื่องนี้
มันคงจะดีมากๆนะครับ แต่..ผมเองก็ไม่อยากโลภมากหรอกครับ (ไม่กล้าคาดหวังเยอะ)
มันคงเป็นความกดดันสำหรับผู้กำกับ
“พัคควางฮยอน” เช่นกัน
เมื่อตอนที่เขากำกับภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของเขา “‘Welcome to Dongmakgol (ยัยตัวจุ้น สมรภูมิป่วน) 2005 บางทีความรู้สึกที่คุณสองคนได้รับอาจจะสร้างพลังงานให้พวกคุณก็ได้นะ
“ผมว่าความกดดันของผู้กำกับน่าจะมากกว่าของผมนะครับ
เพราะเขาเป็นคนพิถีพิถันจริงๆ
เขาทุ่มเทความพยายามอย่างมากเพื่อทำให้งานได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น
เขาจะทำจนกว่าแต่ละฉากนั้นจะออกมาได้ตามที่เขาพอใจและออกมาดี จนกว่าเขาจะพูดคำว่า “โอเค” นั่นและ
นั่นยิ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้เขามากขึ้น
นี่เป็นครั้งแรกในการถ่ายภาพยนตร์ของผมที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ในสิ่งที่ผมไม่เคยรู้
เพียงแค่ผมไว้ใจในตัวผู้กำกับและมองไปที่นักแสดงและทีมงานที่ทำให้ผมรู้สึกสบายเหมือนรู้สึกได้ผ่อนคลายครับ
“แอ็คชั่น”
คือคีย์เวิรด์อีกครั้ง จากซีรีย์ Healer จนถึง The K2 เมื่อพูดถึงบทแอ๊คชั่นหรือบทบู๊
คุณก็จัดอยู่นักแสดงพระเอกคิวบู๊แนวแอ๊คชั่นด้วยเหมือนกัน ว่าไหม
“ผมค่อนข้างที่จะแปลกใจเรื่องนั้นเหมือนกัน
ผมไม่ได้จงใจให้เป็นอย่างนั้นนะครับ ผมถือว่าเมื่อตั้งใจจะรับเล่นแล้ว
ผมก็ต้องเต็มที่ และ ทำออกมาให้ดีที่สุด เพราะนั่นคือหน้าที่ของนักแสดง
ก็แค่นั้นเองครับ แต่ถ้าเลือกได้ ผมก็อยากจะหยุดแสดงบทบู๊แล้วล่ะ
นอกเหนือจากบทบู๊แล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมอยากจะลองซึ่งผมคิดว่ามันคงจะสนุกไม่น้อยเลยนะ
ผมคิดว่าผมโชคดีที่ได้เล่นบทบู๊ในขณะที่ร่างกายผมยังไหว
ทำให้ร่างกายผมกระฉับกระเฉงสดชื่น บางที หนฉากบู๊ก็เหมือนกับฉากโรแมนติกนะ
สำหรับผม ผมจำได้ว่าเคยดูเรื่อง Fist of Fury (คนเล็กต้องใหญ่ แสดงโดยโจวซิงฉือ ผมชอบนะ
ความสนุกที่ได้รับจากการดูหนังแนวแอ๊คชั่น
“ผมหวังว่า ภาพยนตร์เรื่อง “Fabricated city” จะทำให้ผู้ชมคนดูพึงพอใจครับ
เป็นเรื่องราวของหนุ่มตกงานเลยมาติดเกมส์ เป็นโปรแกรมเมอร์ขั้นเทพ จนวันหนึ่งกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม ทำให้ต้องกลายเป็นนักโทษ ซึ่งเขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อล้างมลทินให้ตัวเอง ผมหวังว่านั่นคงจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนดูทุกคนพอใจครับและดูจนจบครับ
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตารางงานของคุณขุกมาก
จนไม่ได้พักผ่อน แล้วคุณยังมีงานที่ประเทศจีนอีก
ผมทำงานอย่างต่อเนื่องครับ
เมื่อไหร่ก็ตามที่หมดแรงหรือหมดไฟ ผมก็จะชารต์แบตให้ตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นด้านอารมณ์ความรู้สึกหรือร่างกายก็ตาม สมัยที่ผมยังเป็นเด็ก ผมคิดว่า
หากมีเวลาผมก็จะพักผ่อน แต่ณ ตอนนี้ผมไม่มีเวลาเหล่านั้นแล้วสิครับ ผมอยากจะให้เวลากับตัวเองบ้าง เช่น ถ้าเพื่อนมาบอกว่า
“ออกไปหาอะไรทำกันดีกว่า” ถึงแม้ว่าผมไม่อยากจะทำก็ตาม
แต่ผมก็จะตามพวกเขาไปเพราะว่าผมว่างไม่มีอะไรทำ แต่ตอนนี้
ผมคงจะออกความคิดเห็นและเสนอว่าควรจะทำอะไรก่อนดี (เป็นคงคิดแผนเที่ยว)
ก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่ทำตามคำแนะนำของผมเป็นอย่างดีด้วยนะครับ”
คุณมีวิธีชารต์แบตตัวเองล่าสุดเมื่อไหร่ครับ
“เมื่อตอนที่ถ่ายซีรีย์ The K2” จบกลับ เรามีการดื่มสังสรรค์กันมากเลยครับ
ผมทั้งกินทั้งดื่มมาเป็นเวลา 3 อาทิตย์
แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มดื่มชาแทนเหล้า และออกไปกินข้าวนอกบ้าน
ตอนนี้ผมกินเท่าที่ผมอยากจะกินและผมก็ไดเอ็ตด้วย ยังมีงานที่ต้องเดินสายโปรโมทหนัง
เวลาที่ผมได้พัก น้ำหนักก็มักจะขึ้นเสมอ ผมไม่ได้จงใจนะ ก็แค่กินเท่าที่อยากกิน
แต่ก็ไม่ได้กำหนดตายตัวนะว่าต้องกินอะไร หิวก็กินประมาณนี้ เมื่อเร็วๆนี้
ผมก็เคยดื่มชาแทนเหล้าและก็กินอาหารแค่วันละ 2-3 มื้อเท่านั้น(เอง)
ในเวลาเดียวกัน, นักแสดง “จีชางอุค”
ผ่านอะไรมามากมายจนเปลี่ยนแปลงไปมาก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ส่งผลต่อคุณอย่างไรบ้าง
ด้วยความสัตย์จริงนะ ,
ผมไม่ได้ใส่ใจว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม
ผมก็ยังคงออกไปหาเพื่อนเก่า ชีวิตก็ยังใช้เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมไปเจอเพื่อนเก่าที่ที่ไม่ได้เจอกันมานาน แล้วเขาว่า
เขาคิดว่าผมจะเป็นเด็กน้อยตลอดไป แต่ตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่ซะแล้ว
ผมเองก็คิดเหมือนกันนะ แต่ก็รู้สึกเศร้านิดหน่อยกับคำพูดของเพื่อ
ถึงแม้ตอนนี้จะอายุมากขึ้น
แต่ก็ยังอยากจะมีชีวิตแบบเด็กๆ
ในอดีต, คุณเคยตัดสินใจหุนหันพัลแล่นเดินทางไป
“ชองดงจิน, คุณนั่งรถแล้วก็เผลอหลับไปจนถึงสุดสาย
“ใช่ครับ ตอนนั้นเป็นช่วงหน้าร้อน
ผมเผลอหลับไปจนรถเลยไปปูซาน นั่งรถไปแล้วก็ไปหลับ
คุณไม่ค่อยมีเวลาได้พักร้อน ดังนั้น
คงเป็นการยากที่คุณจะได้หยุดพักยาวๆแบบนั้น
“แม้ว่าผมจะไม่ค่อยได้มีเวลานะ แต่ผมก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเพื่อนตั้ง
2-3 วัน
ผมกับเพื่อนๆรู้สึกเซ็งๆเลยอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศก็เลยเฮโลพากันไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็เพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้เอง.
พวกเราไปออนเซน, ไปกินอาหารอร่อยๆ แล้วก็ไปนั่งรถกินลมชมเมือง
อันที่จริงผมเองก็มีเพื่อนที่สามารถลาพักเหมือนผม บ้างทีก็อยากพักบ้างอะไรบ้าง
หากพอมีเวลาก็อยากจะทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองมีความสุข ในฐานะนักแสดง
มีหลายครั้งที่ผมเองก็สงสัยว่าผมก็อยากจะพักบ้าง
บางทีผมก็อยากจะใช้เวลาพักผ่อนบ้าง อย่างเมื่อปลายปี
ผมกับคุณแม่ก็ได้เดินทางไปเที่ยวที่เมืองไทย ครั้งนั้นอาจเป็นการเที่ยวครั้งสุดท้ายก่อนที่ผมจะเข้าไปอยู่ในกรมครับ
คุณรู้สึกอย่างไรหากมองกลับไปในวัย 20?
ผมจะทำงานงานให้เต็มที่ เมื่อผมอายุ 30
ผมก็จะได้ใช้เวลาพักผ่อนในช่วงวันคริสมาสต์ ,กี่ครั้งที่ผมไม่ได้จัดงานวันเกิด
พอถึงเวลาที่ผมสามารถจะพักผ่อนอยู่บ้านได้ในช่วงสิ้นปี ผมกลับเอาแต่นอน แล้วก็นอนครับ
https://www.facebook.com/jichangwookThailand/

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น